วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ผู้จัดทำ


ผู้จัดทำ

ชื่อ-สกุล นาย ชยานันต์ ปรางจโรจน์ ชื่อเล่น โลโล (ซัน)
รหัสนักศึกษา 06550072 
วิชาเอกสังคมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ 
มหาวิทยาลัยศิลปากร

วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2557

บทที่ 3 ผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร และสภาพปัญหาของการพัฒนาหลักสูตร และการนำหลักสูตรไปใช้



ผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร
                ผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรต้องมีการร่วมมือกันหลายฝ่ายเพื่อให้ผลงานออกมาตรงเป้าหมาย  ได้แก่
1. นักบริหารหลักสูตร ได้แก่ อธิบดีกรมวิชาการ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาหลักสูตร ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาหนังสือฯ
2. นักวิชาการ ได้แก่ อาจารย์ในมหาลัยและสถาบันการศึกษาต่างๆ
3. ครู อาจารย์ ศึกษานิเทศก์

4.  นักบริหาร ได้แก่ ผู้บริการในระดับต่างๆ
5. บุคคลภายนอก ได้แก่ บุคคลอื่นๆนอกจากที่กล่าวมาและเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ   การใช้หลักสูตร
6. หน่วยสนับสนุนการใช้หลักสูตร

สภาพปัญหาของการพัฒนาหลักสูตร
                สภาพปัญหาของการพัฒนาหลักสูตร คือปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการพัฒนาหลักสูตรที่เป็นปัญหาอันเกิดจากการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมกันสร้างหลักสูตร และร่วมกันนำหลักสูตรไปใช้ มีปัญหาด้วยกันหลายอย่าง เช่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เข้าใจหน้าที่ของตน ขาดการประสานงานที่ดี ผู้บริหารไม่ใส่ใจ ครูไม่เปลี่ยนการเรียนการสอนตามหลักสูตร และปัญหาการเผยแพร่หลักสูตร เป็นต้น

การใช้หลักสูตรสถานศึกษา
                หลักสูตรสถานศึกษา เป็นแบบแผนหรือแนวทางหรือข้อกำหนดของการจัดการที่จะพัฒนาให้ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถโดยส่งเสริมให้แต่ละบุคคลพัฒนาไปสู่ศักยภาพสูงสุดของตน ช่วยให้ผู้เรียนนำความรู้ไปสู่การปฏิบัติได้ประสบการณ์สำเร็จในการเรียนรู้ด้วยตนเอง รู้จักตนเอง มีชีวิตอยู่ในโรงเรียน ชุมชน สังคม และโลกอย่างมีความสุข
จุดมุ่งหมายที่สำคัญของหลักสูตรสถานศึกษา คือ
1. หลักสูตรสถานศึกษา ควรพัฒนาผู้เรียนให้เรียนรู้อย่างมีความสุข เพื่อให้มีความรู้ความสามารถ มีทักษะการเรียนที่สำคัญๆ มีกระบวนการคิดอย่างมีเหตุมีผล มีโอกาสใช้ข้อมูลสารสนเทศ และเทคโนโลยีสื่อสาร ให้เด็กสนใจอยากรู้อยากเห็น มีความมั่นใจ
2. หลักสูตรสถานศึกษาควรส่งเสริมการพัฒนาด้านจิตวิญญาณ จริยธรรม สังคม และวัฒนธรรมโดยเฉพาะพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความเข้าใจและศรัทธาในความเชื่อของตน

การนำหลักสูตรไปใช้
                การนำหลักสูตรไปใช้ หมายถึง การดำเนินงานและกิจกรรมต่างๆ ในอันที่จะทำให้หลักสูตรที่สร้างขึ้นดำเนินไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย มีหลักการสำคัญดังนี้
1.มีการวางแผน เตรียมการนำหลักสูตรไปใช้ 2.มีองค์กรทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นที่ทำหน้าที่ประสานงานกัน 3.ดำเนินการนำหลักสูตรไปใช้อย่างเป็นระบบตามขั้นตอนและต้องคำนึงถึงปัจจัยที่ช่วยให้หลักสูตรประสบความสำเร็จ 4.พัฒนาครู 5.มีหน่วยงานพิเศษสนับสนุนครู 6.หน่วยงานและบุคลากรทุกฝ่ายปฏิบัติงานของตนอย่างเต็มที่ มีการติดตามผลงานและประเมินผลงานเป็นระยะๆ
ขั้นตอนการนำหลักสูตรไปใช้
          มี 3 ขั้นตอนคือ 1.ขั้นเตรียมการ 2.ขั้นดำเนินการใช้หลักสูตร 3.ขั้นติดตามและประเมินผล

บทบาทของบุคลากรในการนำหลักสูตรไปใช้
1.ผู้บริหารโรงเรียน ต้องมีความเข้าใจหลักสูตร สนับสนุนในเรื่องของวัสดุ สื่อการสอนต่างๆ นิเทศ และให้กำลังใจแก่ครู 
2.หัวหน้าหมวดวิชาหรือสาขา ต้องศึกษารายละเอียดของหลักสูตร วางแผนจัดการเรียนการสอนให้ตรงกับหลักสูตร จัดหาวัสดุและสื่อการสอน นิเทศ และประสานงานกับหมวดวิชาอื่นๆ 
3.ครูผู้สอน ต้องศึกษาหลักสูตรให้แจ่มแจ้ง ปรับหลักสูตรให้เหมาะกับสภาพและความต้องการท้องถิ่น พยายามสอนให้ตรงกับที่วางในหลักสูตร คิดวิธีการสอน

บทที่ 2 พื้นฐานการพัฒนาหลักสูตร



พื้นฐานการพัฒนาหลักสูตร
                การพัฒนาหลักสูตรนั้นจำเป็นต้องอาศัยพื้นฐานในการพัฒนาที่สำคัญ ซึ่งประกอบด้วยพื้นฐานอย่างน้อย 3 ด้าน คือ พื้นฐานด้านปรัชญา พื้นฐานด้านจิตวิทยา และพื้นฐานด้านสังคม รวมไปถึงพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และด้านอื่นๆ ซึ่งมีความสำคัญดังต่อไปนี้

พื้นฐานการพัฒนาหลักสูตรด้านปรัชญา
                ปรัชญาการศึกษา คือ แนวความคิด หลักการ และกฎเกณฑ์ ในการกำหนดแนวทางในการจัดการศึกษา นอกจากนี้ปรัชญาการศึกษายังพยายามทำการวิเคราะห์และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษา สามารถมองเห็นปัญหาของการศึกษาได้อย่างชัดเจน
วิชัย วงษ์ใหญ่ (2554) สรุปสาระสำคัญของปรัชญาการศึกษาไว้ ดังนี้
                สารัตถนิยม (Essentialism) การศึกษาเป็นเครื่องมือถ่ายทอดวัฒนธรรม และอุดมการณ์ทางสังคม การจัดการเรียนการสอนเน้นการถ่ายทอดเนื้อหาสาระต่างๆ ให้กับผู้เรียน
                นิรันตรนิยม / สัจจนิยม (Perennialism) มนุษย์มีความสามารถในการใช้เหตุผล การควบคุมตนเอง การจัดการเรียนการสอนเน้นให้ผู้เรียนจดจำ การใช้เหตุผล และตั้งใจทำสิ่งต่างๆ
                อัตถิภาวนิยม / สวภาพนิยม (
Existentialism) มนุษย์แต่ละคนเป็นผู้กำหนดหรือแสวงหาสิ่งสำคัญ และตัดสินใจด้วยตนเอง การจัดการศึกษาจึงให้เสรีภาพในการเรียนรู้ให้ผู้เรียนรู้จักตนเอง
                ปฏิรูปนิยม (Reconstructionism) การปฏิรูปสังคมเป็นหน้าที่ของสมาชิกในสังคม การจัดการเรียนการสอน เน้นให้ผู้เรียนเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมของสังคม เพื่อการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม
                พิพัฒนนิยม (
Progressivism) การดำรงชีวิตที่ดี อยู่บนพื้นฐานของการคิดและการกระทำ การจัดการเรียนการสอน เน้นให้ผู้เรียนคิด ลงมือกระทำ และแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง
นอกจากนี้ วิชัย วงษ์ใหญ่ กล่าวถึงประโยชน์ของวิธีการทางปรัชญาที่มีต่อการพัฒนาหลักสูตร ไว้ดังนี้
1.การจัดจำแนกระบบความคิดความเชื่อพื้นฐานทางการศึกษาที่จะสะท้อนไปสู่การพัฒนาหลักสูตร
2.ปรัชญาเป็นพื้นฐานและเป็นตัวนำไปสู่การตรวจสอบ เสนอแนะเกี่ยวกับจุดมุ่งหมายของการศึกษาตรวจสอบความสอดคล้องของจุดมุ่งหมายการศึกษากับสังคม
3.กระบวนการพัฒนาหลักสูตรจะต้องศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลอย่างกว้างขวาง วิธีการทางปรัชญาจะช่วยทำให้เกิดความคิดแบบองค์รวม มีเอกภาพทางความคิด
4.วิธีการทางปรัชญา จะทำการวิเคราะห์สาระและธรรมชาติของการศึกษา เช่น ความรู้อะไรที่เป็นประโยชน์ และการจัดการศึกษาอย่างไร จึงจะพัฒนาชีวิตของคนให้มีคุณภาพ

พื้นฐานการพัฒนาหลักสูตรด้านจิตวิทยา
                จิตวิทยาการเรียนรู้จะถูกนำมาใช้เพื่อให้ได้ความรู้ในเรื่องธรรมชาติของการเรียนรู้และปัจจัยทางจิตวิทยาที่ส่งเสริมการเรียนรู้
แบ่งทฤษฎีการเรียนรู้ได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆได้แก่
1. ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม(
Behaviorism)
2.ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มปัญญานิยม (Cognitivism)
3.ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มมนุษย์นิยม (Humanism)
4.ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มสรรค์สร้างนิยม (Constructivism)
                นอกจากข้อมูลที่เกี่ยวกับจิตวิทยาการเรียนรู้แล้ว ในการพัฒนาหลักสูตรจำเป็นต้องมีข้อมูลที่เกี่ยวกับพื้นฐานการพัฒนาหลักสูตรด้านผู้เรียน ซึ่งเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคุณลักษณะของประชากรกลุ่มเป้าหมายในการจัดการศึกษา โดยเริ่มจากการวิเคราะห์ภาพรวมของผู้เรียนว่าผู้เรียนอยู่ในระบบการศึกษาแบบใด เพื่อมุ่งค้นหาผู้สอนได้อย่างถูกต้องแน่นอน ซึ่งผลการวิเคราะห์ผู้เรียนจะช่วยปรับปรุงผู้สอนให้สามารถจัดการเรียนการสอนที่ตอบสนองความจำเป็นของผู้เรียน
                กรมวิชาการ และคณะอนุกรรมการปฏิรูปการเรียนรู้ คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ กล่าวสรุปว่า วิธีวิเคราะห์ผู้เรียนที่จะช่วยให้ผู้สอนได้รู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่ม มีขั้นตอนดังนี้
                1. กำหนดจุดมุ่งหมายที่จะใช้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้เรียนแล้วนำไปจัดกลุ่มผู้เรียนในลักษณะกลุ่มเหมือน หรือกลุ่มคละ หรือกลุ่มที่มีจุดมุ่งหมายเฉพาะในเรื่องทักษะ
                2. การเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งมีหลายวิธี  เช่น การสังเกต การสนทนา              การสัมภาษณ์ การทำแบบทดสอบก่อนเรียน ระเบียนสะสม แฟ้มผลงาน บันทึกสุขภาพ เป็นต้น
                3. วิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล โดยนำเสนอให้เห็นองค์รวมของผู้เรียนใน 3 ด้านคือ   ความสนใจ สติปัญญา วุฒิภาวะ และวิธีการเรียนรู้

พื้นฐานการพัฒนาหลักสูตรด้านสังคม
                ข้อมูลพื้นฐานด้านสังคมที่สำคัญที่ควรศึกษาเพื่อเป็นพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตร คือ ข้อมูลที่เกี่ยวกับสภาพของสังคม และแนวคิดของการพัฒนาการทางสังคมซึ่งมี 5 ยุคคือ ยุคเกษตรกรรม ยุคอุตสาหกรรม ยุคสังคมข่าวสารข้อมูล ยุคข้อมูลฐานความรู้ และยุคปัญญาประดิษฐ์
                ประการสำคัญอีกประการหนึ่งในการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านสังคมนั้นมุ่งการสร้างเครือข่ายหรือความร่วมมือของชุมชนเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการจัดทำหลักสูตร เพราะบางรายวิชา สภาพชุมชนและสังคมไม่เอื้ออำนวยหรือส่งเสริมเท่าที่ควรก็อาจเป็นอุปสรรคในการจัดการศึกษา  โดยข้อมูลพื้นฐานการพัฒนาหลักสูตรด้านสังคมนี้ สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลได้จากเอกสารรายงานต่างๆ หรือเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสำรวจ สอบถาม และการสัมภาษณ์บุคคลต่างๆ

พื้นฐานการพัฒนาหลักสูตรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
                พื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะเกี่ยวข้องกับการจัดทำหลักสูตรใน 2 ลักษณะคือ
1.นำมาเป็นข้อมูลในการพัฒนาหลักสูตรเพื่อพัฒนาคนให้พร้อมรับกับความ       เปลี่ยนแปลงในสังคม
2.ใช้ในการพัฒนากระบวนการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

พื้นฐานการพัฒนาหลักสูตรด้านการเมือง การปกครอง
                การพัฒนาหลักสูตรต้องใส่ใจในเรื่องของการสร้างความเป็นพลเมืองที่ดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เน้นให้อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข

พื้นฐานการพัฒนาหลักสูตรด้านเศรษฐกิจ
                การพัฒนาหลักสูตรจะต้องใส่ใจในเรื่องการพัฒนาคนให้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ปลูกฝังให้คนเห็นคุณค่าทรัพยากร ให้รู้จักการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด